กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการนำผู้ประกอบการไทย 38 บริษัท เข้าร่วมงาน Hong Kong International Film & TV Market 2026 (FILMART) ระหว่างวันที่ 17 – 20 มีนาคม 2569 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายและเจรจาธุรกิจคอนเทนต์ที่สำคัญที่สุดของเอเชีย และเป็นเวทีที่รวบรวมผู้ซื้อ นักลงทุน ผู้ผลิตและผู้ให้บริการด้านสื่อจากทั่วโลก
การเข้าร่วมงานครั้งนี้สามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 1,391 ล้านบาท จากการนัดหมายเจรจาการค้ากว่า 705 นัดหมาย ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ประเทศไทยเข้าร่วมงานดังกล่าว สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในฐานะแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก การดำเนินงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่าง 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ในการร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดสากลอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมมิติการค้า การลงทุน และการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันอุตสาหกรรมสู่ตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการขยายตลาด การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และการต่อยอดโอกาสเชิงพาณิชย์
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ การจัดงาน Thai Night ซึ่งมีการแสดงจากศิลปินนักร้องและนักแสดงไทยสร้างความสนใจอย่างมากจากผู้ซื้อและผู้เข้าร่วมงาน และนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะความสนใจในการจัดกิจกรรม Fan Meeting และคอนเสิร์ตของศิลปินไทยในต่างประเทศ
ตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยจากการเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของคอนเทนต์ไทยในการขยายสู่ตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัท เรติน่า ฟิล์ม โปรดักชั่น จำกัด ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตภาพยนตร์จากฮ่องกง ซึ่งมีแผนเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยในแนวแอคชั่น คอมเมดี้ และสืบสวน และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนกรกฎาคมนี้
ขณะที่บริษัท เฮโล โปรดักส์ชั่น จำกัด สามารถขยายตลาดสู่กลุ่มซีรีส์แนวตั้ง (Micro Drama) ได้เป็นครั้งแรก โดยปิดการขายคอนเทนต์ได้ทันทีจำนวน 3 เรื่อง และอยู่ระหว่างการเจรจารับจ้างผลิตเพิ่มเติมอีกกว่า 30 เรื่อง ด้านบริษัท มณวิจิตร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ปิดการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “ของแขก 2” ในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย พร้อมทั้งบรรลุความร่วมมือด้านการร่วมลงทุนในโครงการภาพยนตร์ใหม่
ส่วนบริษัท ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ จำกัด สามารถขยายตลาดไปยังฮ่องกง โดยปิดดีลลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “Midnight Incense” ตั้งแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการผลิต และอยู่ระหว่างการเจรจาความร่วมมือเพิ่มเติมกับพันธมิตรต่างประเทศ ขณะที่บริษัท ฟิล์ม เฟรม โปรดักชั่นส์ จำกัด ปิดการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง “Thai Fighters” ให้แก่ผู้จัดจำหน่ายจากสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมการจัดจำหน่ายในหลายภูมิภาคทั่วโลก
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการคอนเทนต์วาย (Boys’ Love และ Girls’ Love) ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อในตลาดต่างประเทศ และสามารถขยายตลาดใหม่ในประเทศอินเดียได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้เล่นสำคัญบนเวทีอุตสาหกรรมคอนเทนต์โลก





No comments:
Post a Comment